Melasma Fade ลดฝ้า เผยผิวหน้าเนียนใส

Melasma Fade โปรแกรมลดฝ้าเผยผิวหน้าเนียนใส

Melasma Fade ลดฝ้า เผยผิวหน้าเนียนใส

“ฝ้า” ปัญหาผิวที่สร้างความกังวลให้กับหลายคน ไม่ว่าจะเป็นฝ้าจากฮอร์โมน แดด หรือฝ้าอื่น ๆ ล้วนทำให้หน้าดูหมองคล้ำ ไม่สดใส ทำให้หลายคนที่เป็นฝ้าเกิดความไม่มั่นใจ ปัญหาฝ้าจึงเป็นมากกว่าแค่ความไม่สวยงาม แต่ยังส่งผลกระทบต่อด้านจิตใจอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันมีวิธีการลดฝ้าที่หลากหลายและได้ผลดี หนึ่งในนั้นคือการลดฝ้าด้วยโปรแกรม Melasma Fade โปรแกรมที่ถูกพัฒนามาเพื่อการลดฝ้าอย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว วันนี้รมย์รวินท์จะพาไปรู้จัก “Melasma Fade โปรแกรมลดฝ้า เพื่อผิวหน้าเนียนใส” กัน

 

ฝ้าคืออะไร ?

ฝ้า (Melasma) เป็นปัญหาผิวหนังที่เกิดจากความผิดปกติของการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ในผิว ซึ่งเมลานินเป็นสารที่ให้สีแก่ผิวหนัง เส้นผม และดวงตา โดยฝ้าเกิดขึ้นเมื่อเซลล์ที่เรียกว่า เมลาโนไซต์ (Melanocytes) ซึ่งมีหน้าที่ผลิตเม็ดสี ถูกกระตุ้นให้ทำงานมากเกินไป ส่งผลให้เกิดการสะสมของเม็ดสีในผิวหนังมากขึ้นจนเห็นเป็นรอยคล้ำ

 

ลักษณะของฝ้า

ฝ้ามักมีลักษณะเป็นจุดหรือรอยคล้ำ รูปร่าง ลักษณะจะแตกต่างกันออกไปตามประเภท โดยส่วนมากฝ้าจะสีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม เทา หรือเทาอมฟ้า ขึ้นอยู่กับความลึกของเม็ดสีที่สะสมอยู่ในชั้นผิว ซึ่งมักฝ้าเกิดได้บ่อยในบริเวณที่สัมผัสแสงแดดบ่อย เช่น บริเวณใบหน้า และลำตัว 

 

ฝ้าเกิดจากอะไร ?

การเกิดฝ้าสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ที่สามารถกระตุ้นให้เกิดเม็ดสีเมลานินในผิวให้ผิดปกติได้ จนเกิดเป็นฝ้าหรือรอยคล้ำหรือจุดสีน้ำตาลในบางบริเวณของผิวหนังได้ โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฝ้าประกอบด้วย

 

  • ฝ้าจากแสงแดด

การเกิดฝ้าจากแสงแดดเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยมากที่สุด เนื่องจากแสงแดดเป็นสาเหตุหลักที่กระตุ้นให้เกิดฝ้าได้โดยตรง จากการที่รังสี UV กระทบกับผิวหนังเป็นเวลานาน จนเกิดการกระตุ้นการผลิตเมลานินในผิวหนังที่เป็นเกราะป้องกันรังสี UV ซึ่งการผลิตมากเกินไปนี่เอง ทำให้เกิดฝ้าได้

 

  • ฝ้าจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

การเกิดฝ้าจากสาเหตุนี้มักเกิดในผู้หญิงที่มีฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง เช่น ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หรือผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนจากปัจจัยเหล่านี้มีความเสี่ยงสูง ในการกระตุ้นการผลิตเม็ดสีเมลานินที่มากเกินไป จึงเสี่ยงทำให้เกิดฝ้าได้

 

  • ฝ้าจากพันธุกรรม

ฝ้าที่ส่งต่อทางพันธุกรรมสามารถเกิดขึ้นได้ หากครอบครัวมีประวัติในการเป็นฝ้า ก็มีโอกาสส่งต่อทางพันธุกรรมได้ 

 

  • ฝ้าจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง

การใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ระคายเคืองผิว อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองหรืออักเสบ ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดฝ้าได้

 

  • ฝ้าจากการระคายเคืองจากความร้อนและมลภาวะ

ความร้อนจากแสงแดด หรือมลภาวะจากฝุ่น ควัน สามารถทำให้ผิวอ่อนแอลงจนไปกระตุ้นการผลิตเมลานิน ทำให้เกิดฝ้าได้

 

Melasma Fade คืออะไร
Melasma Fade คืออะไร

 

Melasma Fade คืออะไร ?

Melasma Fade เป็นโปรแกรมการลดฝ้าที่ใช้การฉีดยาช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่กระตุ้นการผลิตเมลานิน ซึ่งการทำโปรแกรม Melasma Fade จะทำให้สารเข้าไปควบคุมการทำงานของเซลล์เม็ดสีในผิวหนัง ช่วยลดการผลิตเม็ดสีหรือเมลานินที่เป็นสาเหตุของฝ้า ทำให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้นได้ ซึ่งการลดฝ้าด้วยการทำโปรแกรม Melasma Fade จะเห็นผลลัพธ์ได้เร็วกว่า เมื่อเทียบกับการใช้ครีมทาผิวเพื่อลดฝ้า

 

Melasma Fade ช่วยลดฝ้าได้อย่างไร
Melasma Fade ช่วยลดฝ้าได้อย่างไร

 

Melasma Fade ช่วยลดฝ้าได้อย่างไร ?

โปรแกรม Melasma Fade ลดฝ้าด้วยการใช้ตัวยาที่ช่วยยับยั้งเอนไซม์ยับยั้งกระบวนการผลิตเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดรอยฝ้า และจุดด่างดำบนผิวหนัง นอกจากนี้การทำโปรแกรม Melasma Fade ช่วยลดฝ้าได้ด้วยกระบวนการเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ 

 

  • โปรแกรม Melasma Fade ช่วยลดฝ้าได้จากการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญในกระบวนการผลิตเมลานิน ซึ่งการยับยั้งนี้จะทำให้เซลล์เม็ดสีผลิตเมลานินน้อยลง จึงสามารถช่วยในการลดฝ้าบนผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • โปรแกรม Melasma Fade นอกจากจะช่วยในการยับยั้งการผลิตเม็ดสีเมลานินที่มากเกินไปแล้ว ยังสามารถช่วยปรับสมดุลของเม็ดสีเมลานิน ทำให้สีผิวกลับมาสม่ำเสมอ สดใส ได้อีกด้วย
  • โปรแกรม Melasma Fade สามารถช่วยในการควบคุมการตอบสนองของเม็ดสีเมลานิน จึงมีบทบาทสำคัญในการลดการเกิดฝ้าซ้ำในอนาคตได้

 

Melasma Fade ดีอย่างไร
Melasma Fade ดีอย่างไร

 

Melasma Fade ดีอย่างไร ?

การทำโปรแกรม Melasma Fade มีข้อดีในการทำหลายประการ ซึ่งข้อดีหลักที่โดดเด่นในการทำ Melasma Fade  คือการลดฝ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลลัพธ์ได้รวดเร็วกว่าการลดฝ้าแบบ ธรรมดาทั่วไป นอกจากนี้การทำโปรแกรม Melasma Fade  ลดฝ้า ยังมีข้อดีอีกหลายอย่าง ดังนี้

  • โปรแกรม Melasma Fade ลดฝ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วกว่าการทาครีมเพื่อลดฝ้า
  • โปรแกรม Melasma Fade มีข้อดีในการให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ตรงจุด
  • โปรแกรม Melasma Fade มีข้อดีในการยับยั้งกระบวนการผลิตเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • โปรแกรม Melasma Fade มีข้อดีในการควบคุมการทำงานของเซลล์เม็ดสี ลดโอกาสการเกิดฝ้าซ้ำ
  • โปรแกรม Melasma Fade มีข้อดีในการไม่ก่อให้เกิดบาดแผล หรือความเสียหายต่อชั้นผิว 
  • โปรแกรม Melasma Fade ไม่เพียงแต่ช่วยในการลดฝ้า แต่ยังช่วยลดจุดด่างดำและผิวหมองคล้ำ ช่วยให้ผิวกลับมาดูเรียบเนียน กระจ่างใสได้อีกด้วย
  • โปรแกรม Melasma Fade สามารถลดฝ้าที่รุนแรง หรือฝ้าที่ได้รับการดูแลด้วยวิธีอื่นแล้วไม่เห็นผลได้

 

สรุปได้ว่าการทำโปรแกรม Melasma Fade ลดฝ้ามีข้อดีหลายอย่าง ทั้งการลดฝ้า การปรับสีผิว และการลดโอกาสการเกิดฝ้าซ้ำในอนาคต อีกทั้งโปรแกรม Melasma Fade ยังสามารถช่วยลดฝ้ารุนแรง หรือลดฝ้าในผู้ที่ใช้วิธีอื่นแล้วไม่เห็นผลได้อีกด้วย

 

Melasma Fade เหมาะกับใคร
Melasma Fade เหมาะกับใคร

 

Melasma Fade เหมาะกับใคร

การทำโปรแกรม Melasma Fade ลดฝ้า สามารถช่วยให้ฝ้าจางลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้โปรแกรม Melasma Fade เหมาะกับบุคคล ดังต่อไปนี้

  • Melasma Fade เหมาะกับผู้ที่มีฝ้าจากการผลิตเม็ดสีเมลานินมากเกินไป
  • Melasma Fade เหมาะกับผู้ที่ไม่สามารถลดฝ้าด้วยวิธีอื่น ๆ ได้ 
  • Melasma Fade เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดฝ้าที่เกิดจากการสัมผัสแสงแดดบ่อย ๆ 
  • Melasma Fade เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดฝ้าอย่างรวดเร็ว เห็นผลลัพธ์ได้ในระยะเวลาไม่นาน
  • Melasma Fade เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดเลือนจุดด่างดำบนใบหน้า

 

Melasma Fade ไม่เหมาะกับใคร 

แม้การลดฝ้าด้วยการทำโปรแกรม Melasma Fade จะมีความปลอดภัย แต่อาจไม่เหมาะกับบางบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพ ดังต่อไปนี้

  • Melasma Fade ไม่เหมาะกับผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • Melasma Fade ไม่เหมาะกับผู้ที่มีประวัติเกี่ยวกับโรคที่มีการแข็งตัวของเลือด หรือผู้ที่มีประวัติการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน
  • Melasma Fade ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวที่บอบบางหรือแพ้ง่าย
  • Melasma Fade ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคผิวหนังเรื้อรัง หรือผู้ที่มีโรคผิวหนังรุนแรงหรืออักเสบ
  • Melasma Fade ไม่เหมาะกับผู้ที่ทานยาบางชนิดเป็นประจำ เช่น ผู้ที่ทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด

 

สรุปแล้วการลดฝ้าด้วยโปรแกรม Melasma Fade อาจไม่เหมาะกับบุคคลประเภทดังที่กล่าวมา ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการทำโปรแกรม Melasma Fade เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

 

การเตรียมตัวก่อนทำ Melasma Fade

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนการทำโปรแกรม Melasma Fade ลดฝ้าเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมากที่จะช่วยให้การลดฝ้าออกมามีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากผลข้างเคียงได้ ดังนั้นควรเตรียมตัวก่อนการทำโปรแกรม Melasma Fade ลดฝ้าให้พร้อม โดยสามารถเตรียมตัวได้ ดังนี้

  • ก่อนทำ Melasma Fade ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปัญหาฝ้าและสุขภาพผิว เพื่อวางแผนการดูแลรักษาให้เหมาะสมกับสภาพผิว
  • ก่อนทำ Melasma Fade ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน หรือถ้าหากจำเป็นต้องสัมผัสแดด ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง เพื่อปกป้องผิวก่อนการทำ Melasma Fade เพื่อป้องกันการกระตุ้นการผลิตเม็ดสีเมลานิน
  • ก่อนทำ Melasma Fade ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด อย่างน้อย 3-5 วันก่อนการ Melasma Fade เพื่อลดความเสี่ยงในการแพ้หรือการระคายเคืองหลังการทำ Melasma Fade
  • ก่อนทำ Melasma Fade ควรหยุดรับประทานยาหรืออาหารเสริมบางชนิด แต่ทั้งนี้การหยุดรับประทานยา ควรอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์
  • ก่อนทำ Melasma Fade ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวแห้งหรือระคายเคือง เพื่อลดความเสี่ยงของการระคายเคืองหลังการทำโปรแกรม Melasma Fade
  • ก่อนทำ Melasma Fade ควรหลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ ผลัดเซลล์ผิว หรือทรีตเมนต์ ที่อาจทำให้ผิวบางก่อนการทำโปรแกรม Melasma Fade อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • ก่อนทำ Melasma Fade ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่อย่างน้อย 24 ชั่วโมง  
  • ก่อนทำ Melasma Fade ควรพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อให้ผิวฟื้นฟูได้เร็วและลดความเสี่ยงต่อการระคายเคือง 

 

การปฏิบัติตัวหลังทำ Melasma Fade

หลังจากการทำโปรแกรม Melasma Fade เพื่อลดฝ้า จะช่วยให้ผลลัพธ์การลดฝ้าคงอยู่ได้นาน และช่วยลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงต่าง ๆ หลังการทำ Melasma Fade ได้ ซึ่งหลังการทำโปรแกรม Melasma Fade ลดฝ้าควรดูแลตัวเอง ดังนี้

  • หลังทำ Melasma Fade ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังการทำ Melasma Fade
  • หลังทำ Melasma Fade ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมรุนแรง หรือสารที่มีฤทธิ์รุนแรงในช่วง 3-5 วันหลังการทำ Melasma Fade
  • หลังทำ Melasma Fade ควรหลีกเลี่ยงการทำให้ผิวสัมผัสกับความร้อนในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
  • หลังทำ Melasma Fade ควรหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังการทำ Melasma Fade เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อหรือการระคายเคืองผิว
  • หลังทำ Melasma Fade ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น รอยแดง บวม คัน หรือปวดในบริเวณที่ฉีด หากมีอาการผิดปกติ ควรไปปรึกษาแพทย์ทันที
  • หลังทำ Melasma Fade ควรติดตามผลการประเมินการรักษา และติดตามผลการทำ Melasma Fade เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • หลังทำ Melasma Fade ควรหลีกเลี่ยงการเกาหรือขัดบริเวณที่ฉีด เพื่อลดการระคายเคือง

 

Melasma Fade อันตรายไหม ?

การทำ Melasma Fade เพื่อลดฝ้าถือว่ามีความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดการสะสมของสารในร่างกาย แต่ในบางบุคคลอาจเกิดผลข้างเคียงได้บ้าง เช่น รอยแดงหรือบวมบริเวณที่ฉีด ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดจากการระคายเคือง หรือรอยฟกช้ำที่เกิดจากเข็มฉีดยา ขณะทำ Melasma Fade แต่จะหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน เพื่อประสิทธิภาพในการลดฝ้าและเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการทำโปรแกรม Melasma Fade ในการประเมินปัญหาฝ้าและสุขภาพผิว เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพผิว ลดการเกิดผลข้างเคียงที่อาจเกิดได้

 

Melasma Fade มีผลข้างเคียงไหม
Melasma Fade มีผลข้างเคียงไหม

 

Melasma Fade มีผลข้างเคียงไหม ?

แม้ในการลดฝ้าด้วยโปรแกรม Melasma Fade จะมีความปลอดภัย แต่ก็มีโอกาสในการเกิดผลข้างเคียงได้ในบางบุคคล ซึ่งผลข้างเคียงหลังการทำโปรแกรม Melasma Fade ลดฝ้าที่อาจเกิดได้ มีดังนี้

 

1. ผลข้างเคียงทั่วไปที่พบได้ หลังการทำ Melasma Fade ลดฝ้า 

  • อาการบวมหรือรอยแดง บริเวณที่ฉีดยา ซึ่งอาการนี้สามารถหายได้เอง 1-2 วัน
  • อาการคันหรือการระคายเคือง บริเวณที่ทำโปรแกรม Melasma Fade  ลดฝ้า
  • รอยฟกช้ำที่เกิดจากเข็มฉีดหลังการทำ Melasma Fade การนี้จะหายได้เองในไม่กี่วัน
  • อาการคลื่นไส้หรือวิงเวียนศรีษะ แต่อาการนี้เกิดได้ไม่มากนัก และมักเป็นได้แค่ชั่วคราว จะบรรเทาไปได้เอง

 

2. ผลข้างเคียงรุนแรงที่พบได้น้อย หลังการทำ Melasma Fade ลดฝ้า

อาการแพ้รุนแรงหายใจลำบาก หรือหน้าบวม มีผื่นแดง บวม หรือคัน โดยอาการเหล่านี้มีโอกาสเกิดได้น้อย เกิดได้เฉพาะคนที่แพ้สารที่ฉีดใน Melasma Fade  เท่านั้น ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้ที่รุนแรงหลังทำ Melasma Fade ควรรีบเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับคำแนะนำหรือการรักษาและป้องกันที่ถูกต้อง

 

ผลข้างเคียงหลังการทำ Melasma Fade เหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ในบางบุคคล โดยส่วนใหญ่มักจะหายไปได้เอง และผลข้างเคียงรุนแรงสามารถพบได้น้อย อีกทั้งยังสามารถป้องกันการเกิดได้ด้วยการเข้าพบแพทย์ ก่อนทำการลดฝ้าด้วย Melasma Fade เพื่อประเมินว่าสามารถทำโปรแกรม Melasma Fade ได้โดยไม่มีอาการแพ้หรือไม่ อีกทั้งการดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง ทั้งก่อน และหลังทำ Melasma Fade ลดฝ้า จะสามารถลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ ได้

 

Melasma Fade กี่วันเห็นผล ?

การลดฝ้าด้วยโปรแกรม Melasma Fade โดยทั่วไปแล้วสามารถเห็นผลได้ในระยะเวลา 2-4 สัปดาห์หลังการทำ Melasma Fade โดยจุดด่างดำและรอยฝ้า ความเข้มจะค่อย ๆ ลดลง แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างออกไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่ปัจจัยต่าง ๆ เฉพาะบุคคล เช่น สภาพผิว ความรุนแรงของฝ้า หรือการดูแลผิวหน้าหลังการทำ Melasma Fade 

 

ซึ่งผลลัพธ์หลังการทำ Melasma Fade จะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้หลังจากการทำการดูแลด้วย Melasma Fade หลายครั้ง ซึ่งจำนวนครั้งในการทำขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ โดยทั่วไปฝ้าจะจางลงประมาณ 20-50% ในแต่ละครั้งหลังการทำ Melasma Fade 

 

Melasma Fade ต้องทำกี่ครั้ง ?

การทำ Melasma Fade อาจจะต้องซ้ำหลายครั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน เนื่องจากการเกิดฝ้ามีสาเหตุทั้งจากปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก โดยจำนวนครั้งในการทำ Melasma Fade ลดฝ้าในแต่ละบุคคลนั้นจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝ้า ซึ่งจำนวนครั้งที่แน่ชัดในแต่ละบุคคลจะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ แต่โดยเฉลี่ยแล้ว จำนวนครั้งในการทำโปรแกรม Melasma Fade ลดฝ้าของฝ้าแต่ละระดับ จะแบ่งได้ดังนี้

 

1.การทำ Melasma Fade ในผู้ที่มีฝ้าไม่รุนแรง

จำนวนครั้งในการลดฝ้าด้วยโปรแกรม Melasma Fade สำหรับผู้ที่มีฝ้าไม่รุนแรง โดยเฉลี่ยแล้วจะทำประมาณ 3-5 ครั้ง เว้นระยะห่างในการทำแต่ละครั้งอยู่ที่ 1-2 สัปดาห์ โดยหลังจากการทำ Melasma Fade ลดฝ้า จะช่วยให้ฝ้าจางลงได้ 20-50 % ต่อการทำแต่ละครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของแต่ละบุคคลด้วย

 

2.การทำ Melasma Fade ในผู้ที่มีฝ้ารุนแรงหรือลึก

ในผู้ที่มีฝ้ารุนแรง จำเป็นที่จะต้องใช้จำนวนครั้งในการทำ Melasma Fade มากกว่าผู้ที่มีฝ้าปกติทั่วไป โดยอาจต้องทำ Melasma Fade ต่อเนื่องประมาณ 5-10 ครั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในการลดฝ้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

 

3.การทำ Melasma Fade เพื่อการลดฝ้าได้ผลลัพธ์ระยะยาว

สำหรับผู้ที่ลดฝ้าจนฝ้าจางหายแล้วต้องการให้ผลลัพธ์ที่ได้ในระยะยาว และต้องการการป้องกันการเกิดฝ้าซ้ำ ควรทำโปรแกรม Melasma Fade  ซ้ำปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนาน

 

Melasma Fade อยู่ได้นานไหม ?

การลดฝ้าด้วยการทำโปรแกรม Melasma Fade สามารถให้ผลลัพธ์ยาวนานได้ หากทำต่อเนื่อง ซึ่งหากดูแลผิวได้อย่างเหมาะสม ผลลัพธ์หลังการทำ Melasma Fade สามารถอยู่ได้ยาวนานถึง 1 ปี แต่ระยะเวลาในการคงอยู่ของผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายปัจจัย ดังนี้

  • การสัมผัสแสงแดด ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยการกระตุ้นหลักที่ทำให้เกิดฝ้ากลับมาซ้ำได้ แม้จะผ่านการทำโปรแกรม Melasma Fade มาแล้ว หากไม่มีการดูแลป้องกันผิวที่เหมาะสม ซึ่งปัจจัยนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ซ้ำทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง หรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง
  • การดูแลผิวหลังการทำ Melasma Fade เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผลลัพธ์การดูแลรักษาอยู่ได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น 
  • การทำโปรแกรม Melasma Fade ซ้ำ แม้ผลลัพธ์หลังการทำ Melasma Fade จะสามารถอยู่ได้ยาวนานถึง 1 ปี แต่ก็จำเป็นเป็นอย่างมากในการทำซ้ำปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อช่วยรักษาความสม่ำเสมอของสีผิว และลดโอกาสที่ฝ้าจะกลับมา
  • ปัจจัยภายในร่างกาย ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยจากภายในร่างกายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ มักเกิดจากฮอร์โมนในร่างกาย ในผู้ที่เป็นกรณีแพทย์อาจแนะนำการลดฝ้าวิธีการอื่นๆ ร่วมด้วย

 

ปัจจัยต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อผลลัพธ์หลังการทำโปรแกรม Melasma Fade ลดฝ้าได้ ซึ่งในแต่ละบุคคลจะได้ผลลัพธ์หลังการทำที่ต่างกัน โดยการดูแลผิวอย่างต่อเนื่องจะช่วยยืดระยะเวลาของผลลัพธ์และป้องกันการเกิดฝ้าในอนาคตหลังการทำ Melasma Fade ได้

 

การป้องกัน และการดูแลเพื่อผลลัพธ์หลังการทำ Melasma Fade ระยะยาว

 

เพื่อผลลัพธ์ในการลดฝ้าที่ยาวนานและการป้องกันการเกิดฝ้าซ้ำในอนาคต การดูแลผิวในระยะยาวหลังการทำเป็นสิ่งสำคัญ โดยการป้องกันและการคงผลลัพธ์หลังการทำ Melasma Fade สามารถทำได้ ดังนี้

1.การป้องกันแสงแดดอย่างต่อเนื่องหลังการทำ Melasma Fade

แสงแดดปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดฝ้ามากที่สุด โดยการป้องกันการเกิดฝ้าซ้ำ ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF สูงซ้ำอย่างต่อเนื่องทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง หรือถ้าหากจำเป็นต้องอยู่กลางแดด ควรใช้หมวกปีกกว้าง หรือร่มกันรังสียูวี และหลีกเลี่ยงการสัมผัสแดดโดยตรง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

 

2.การดูแลผิวต่อเนื่องหลังการทำ Melasma Fade

หลังการทำ Melasma Fade ลดฝ้าแล้วควรดูแลผิวอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ แม้ผ่านการทำโปรแกรมลดฝ้ามาแล้ว เพื่อให้ผิวแข็งแรง ไม่เสี่ยงต่อการให้เกิดฝ้าซ้ำ โดยสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยลดฝ้า หรือจะเป็นการทำหัตถการ ทรีตเมนต์ต่าง ๆ เพื่อให้ผิวดีขึ้น

3.การดูแลสุขภาพโดยรวม 

การดูแลสุขภาพนอกจากจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงแล้ว ยังส่งผลให้ผิวแข็งแรงอีกด้วย ซึ่งหากผิวแข็งแรง มีเกราะป้องกันผิวที่ดีแล้ว โอกาสการเกิดฝ้าซ้ำจะน้อยลง โดยการดูแลสุขภาพก็สามารถทำได้ไม่ยาก เช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ การรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ หรือการหลีกเลี่ยงมลภาวะที่อาจทำร้ายผิว เป็นต้น  

                                       

Melasma Fade ทางเลือกใหม่ในการลดฝ้า

โปรแกรม Melasma Fade เป็นโปรแกรมลดฝ้าที่ใช้วิธีการฉีดยับยั้งเอนไซม์ที่กระตุ้นเมลานิน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการเกิดฝ้า จุดด่างดำ และปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ซึ่งการทำโปรแกรม Melasma Fade จะช่วยให้ฝ้าจางลง และทำให้ผิวสม่ำเสมอเรียบเนียนได้รวดเร็วกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว 

 

โดยเฉลี่ยแล้วการทำ Melasma Fade  สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ภายใน 2-4 สัปดาห์ ซึ่งรอยฝ้าจะจางลง 20-50% ต่อการทำหนึ่งครั้ง และอาจต้องทำซ้ำ 3-10 ครั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของฝ้า ซึ่งผลลัพธ์หลังจากการทำโปรแกรม Melasma Fade สามารถคงอยู่ได้นานถึง 1 ปี หากมีการดูแลผิวอย่างเหมาะสม ดังนั้น Melasma Fade จึงเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยในการลดฝ้า